วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ความสงสัย กับ ความศรัทธา 1

ความศรัทธา กับ ความสงสัย เกี่ยวอะไร กับ อาการจิตเวช

ผมขอ เกริ่น นิดนึงว่า ในสมัยพุทธกาล

พระพุทธเจ้า ได้ ตรัส ถึง เรื่อง ความรู้ว่า มีอยู่ 3 อย่าง คือ

1.สิ่งที่ ตัวเองรู้ว่า ตัวเองรู้
2.สิ่งที่ ตัวเอง รู้ ว่าตัวเอง ไม่รู้
3.สิ่งที่ ตัวเอง ไม่รู้ ว่าตัวเอง ไม่รู้

สิ่งที่พระพุทธ เจ้าตรัส นั้น หมายถึงว่า สิ่งที่ เรารู้ นั้น มี เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรา ไม่อาจจะรู้ ได้ทุกอย่างในโลก

แต่สิ่งที่เรารู้ แม้เพียง เล็กน้อย ก็ควร เป็นสิ่งที่ มีประโยชน์ กับเรา สิ่งที่เรา ใช้ สิ่งที่ เราทำ ในปัจจุบัน

แต่ คนส่วนใหญ่ นั้น จะไปอยากรู้ ในสิ่ง ที่ ไม่จำเป็น ต้องรู้ เช่น อยากรู้ ใน สิ่งที่ไม่จำเป็นกับตน

ซึ่ง ความรู้ เหล่านั้น ไม่เป็นประโยชน์ และ หากมีความสงสัย เช่น นั้น ตลอดเวลา ก็อาจจะทำให้เป็น บ้า ( บ้า ในความสงสัย ที่หาคำตอบไม่ได้ )

ซึ่ง ผู้ป่วย โรคทาง จิตเวช นั้น ก็คือ สิ่งที่พระพุทธ เจ้าพูดถึง คือ มีแต่ความสงสัย

สงสัย ต่างๆนาๆ สงสัย ในสิ่งที่ ไม่มีคำตอบ เช่น สงสัย ว่าจะตายไม๋ สงสัยว่า ชีวิต คืออะไร สงสัยว่า เกิดมาทำไม

เพราะ มันเป็น คำตอบ ที่ ไม่สามารถ หาได้ และ คำตอบ ก็อาจจะ ไม่ได้ ดั่งใจเรา ดังนั้น พระพุทธเจ้า จึง ตรัสว่า มันเป็น ความรู้ ที่ไม่มีประโยชน์ และ ไม่ช่วย ในการดับทุกข์ ในใจ ได้

ความสงสัย เป็น สิ่งที่ ทำให้ จิต ไปอยู่ ในที่อื่น ไม่ได้อยู่ กับตัว ไม่อยู่ กับปัจจุบัน

หากเรา สงสัย ในความตาย จิตเรา ก็จะ วิ่งไป ในอณาคต ในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ถ้าจิต เราไป สงสัย การเกิด ไม่ว่า ก็จะ มุ่งวนเวียน ไปใน อดีต ที่ผ่านมาแล้ว ว่า สิ่งนั้น เกิดได้อย่างไร

การมีแต่ความ สงสัย ทำให้ จิตใจ เหนื่อยอ่อน และ ทุกข์ ทรมาณ เพราะ มันหาคำตอบไม่ได้

ผู้คน ในสังคม ป่วย ทาง อารมณ์ กันมาก เพราะ มัวแต่ สงสัย ใคร่รู้ ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ ใคร่รู้ ในชีวิต คนอื่น อยากรู้ว่า ดาราคนนั้น เป็นยังไง คนนี้เป็นยังไง แต่ ลืม ดูตัวเอง ลืมดู จิตตัวเอง

จิต ก็วิ่งไป วิ่งมา หมกมุ่น  จน ไม่มีเวลา จะมา อยู่กับ ตัวเอง

เมื่อ จิต ละทิ้งกายไป นานๆ ร่างกาย ก็ ป่วย จะอ่อนแอ ลงไป เพราะ ไร้การควบคุม เพราะ จิต ที่ทำการควบคุม ร่างกาย ในเวลานี้ ได้หลุดหายไป อยู่ ในอดีต และ อณาคต จนหมดสิ้นแล้ว

วันนี้ ก็คง จบไว้แค่ เรื่อง ความสงสัย ไว้คราวหน้า จะมาต่อ ในเรื่อง ความศรัทธา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น