วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2561

นั่งสมาธิ ไม่ช่วย อะไร ?

หลายคน มองว่า การนั่งสมาธิ กำหนดจิต ไม่ได้ช่วยให้ อาการของโรค ทางอารมณ์ ดีขึ้น

ซึ่งคำตอบนี้ คือ ผิด

ที่หลายคน บอกว่า ไปนั่ง สมาธิ ก็ไม่หาย

ที่ไม่หาย เพราะ เราไป นั่งสมาธิ แล้วไป ติดกับดัก ของจิตใต้สำนึก

การนั่งสมาธิ การกำหนดจิต ฝึกเจริญสติ ล้วนได้ผล ในทางการบำบัด อาการโรคทางอารมณ์ ให้ดีขึ้น ทั้งสิ้น

ไม่อย่างนั้น การฝึก จิตบำบัด ทั่วโลก คงไม่นำแนวคิด ของพุทธ ไปใช้กันแน่

แต่ที่ ทำไม่ได้ผล เพราะ พอนั่ง สมาธิ แล้ว ไปอยู่ในความ สงบ กลับไปติดกับดัก ของความสงบ

พอเราไปติดกับดัก ของความสงบ ก็เลยกลายเป็นว่า แทนที่จะ รู้สึกถึง ความคิด ที่แท้จริง ของจิตใต้สำนึก

ก็กลายเป็น ไม่ได้อะไร กลายเป็น เสพติด ในสิ่งที่ ปฏิบัติ กลายเป็น แทนที่จะ ฝึกเพื่อ ดึงพื้นที่ความรู้สึก ตัว คืนมาจาก จิตใต้สำนึก ที่ถูกแย่งชิง ไป กลับกลายเป็น หลงกล ในการนั่งสมาธิ

การนั่ง สมาธิ ที่ได้ผล ก็คือ การนั่งดู จิต (จิตใต้สำนึก) ว่า มันคิดอะไร แต่พอดูแล้ว เห็นแล้ว ก็ให้ มอง มัน เป็น คนอื่น มันจะคิด จะเป็นอะไร ก็ช่างมัน ดูมันเฉยๆ ไม่ไปเป็น อารมณ์ เดียวกับมัน นั่งเช่นนี้ จึงจะ แยก เอาส่วนที่รู้สึกตัวกลับมาได้

ถ้าเรานั่ง สมาธิ เอาท่าสวย เอา ความสงบ ก็จะไม่ได้อะไร หรือ แม้แต่ ว่านั่งจน มองเห็น จิต (จิตใต้สำนึก) แล้ว แต่ กลับไปหลง ไปเป็นไปกับมัน เช่น พอนั่งไปแล้ว กลายเป็น สำคัญผิด ในตัวเอง ว่าดี ว่าเด่นกว่าผู้อื่น หรือ กลายเป็น ไปติด ในความสงบ ที่ จิตใต้สำนึก บอกกับเราว่า นั่งสมาธิ แล้ว สงบดี ก็ติด กับดัก ความสงบ ที่ จิตใต้สำนึก ส่งมา หลอกล่อ ให้เรา ยึดติด ความสงบ

กลายเป็นแทนที่ จะนั่งสมาธิ เพื่อ ลดความอยาก กลายเป็น เพิ่มความอยาก อยากให้หาย อยากให้นอนหลับ อยากให้สงบ ติดความอยาก สารพัด อย่าง แล้วจะ หลุดจาก กับดัก ของ (จิตใต้สำนึก) ได้อย่างไร

โรคจิตเวช ในแพทย์ แผนไทย (1)

โรคจิตเวช เป็นโรคที่ หลายๆคน คิดว่า จะมีแต่ใน เฉพาะ ในแพทย์ แผนปัจจุบัน

แต่ในความจริงแล้ว มันมีปรากฏ อยู่ใน คัมภีร์ ชวดาร ซึ่งเป็น คัมภีร์ เกี่ยวกับ โรคลม ของ แพทย์แผนไทย

จิตเวช ของแพทย์แผนไทย จึงมอง ไปในทางของ การเสียสมดุลย์ ของ ธาตุ มากกว่า

อาการของ จิตเวช ที่พบ นั้น เทียบได้ กับอาการของ โรคลม

โรคลม ก็จะแบ่งเป็น
1.ลม กองละเอียด
2.ลม กองหยาบ

ยกตัวอย่าง

1.กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ในทาง แพทย์แผนไทย จะเรียกว่า โรคลมจุกคอ

ซึ่ง ลมจุกคอ นั้นแพทย์แผนปัจจุบัน จะมองไป ที่ เส้นประสาต โดนกดทับ ทำให้ กล้ามเนื้อ ( อินฟรา ฮายออย ) ทำงานผิดปกติ กลืนไม่ค่อยลง เหมือนมี ลมมาจุกคอ

2.อาการ เหมือนมี เข็ม พันเล่ม ทิ่มแทง หัวใจ
ทางแพทย์แผนไทย ก็จะเรียกว่า ( หทัยวาตะ ) คือ เป็นอาการ ของ ลมกองละเอียด เสียดแทง เข้าขั้วหัวใจ

เหล่านี้ เป็น ตัวอย่าง คร่าวๆ ว่าา แพทย์แผนไทย มอง อาการทางจิตเวช ที่ แพทย์แผนปัจจุบัน มอง เหมือนกัน แต่ เหตุผล และ อธิบายต่างกันไป

โรคทางอารมณ์ นั้น แพทย์แผนไทย จะเรียกว่า ลมกองละเอียด พัดตีขึ้น เบื้องบน หรือ ไฟกลัดกลุ้ม พัดตีขึ้นเบื้องบน

ซึ่งแม้ แต่คำไทย ที่เราใช้กัน ก็ยังอธิบาย อาการทางจิตเวช ไว้โดย นัย เช่น คำว่า ไฟสุมทรวง

ไฟสุมทรวง ก็คือ อาการที่ เมื่อเรา โกธร กลัว  กังวล เครียด แล้วทำให้ เกิด ความร้อน ขึ้น ที่ช่วงแกนกลาง ลำตัว แต่ ความร้อน นั้น ไม่กระจายออก แต่กลับ พัดตี ขึ้น เบื้องบน

ซึ่ง ผมก็ศึกษา เกี่ยวกับ สิ่งเหล่านี้มา แต่ ก็อยากจะเก็บไว้ เล่า เรื่อยๆ ใน ตอนต่อๆไป เผื่อว่า หลายๆคน มีความสงสัย ก็ จะได้ ทราบ กันในบทต่อๆไป

การจัดการความเครียด

การจัดการความเครียด

เรามักจะพบว่า ความเครียด ที่เราพบเจออยู่ มักจะเป็น ความเครียด ที่มาจาก ตัวของเราเอง 90 % ที่ไปปรุงแต่ง เพิ่มขึ้น

ขั้นตอนการจัดการ ความเครียด ที่ นักจิตวิทยา แนะนำ คือ ให้ แยก ความคิด ของ จิตใต้สำนึก ที่กระโดด ไปมา แล้ว เชื่อมโยง สิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ออกจากกัน

โดยการ แยก ความคิด ออกเป็น ข้อๆ ว่า มันเกิดจาก อะไร แล้ว ค่อยๆ หาเหตุผล ใสเข้าไป แทนที่ ความคิด และ อารมณ์

ยกตัวอย่าง

ถ้าเรา สอบเข้า เรียน มหาลัย ชื่อดังไม่ได้ เราก็มีความกลัวว่า 1. เราอาจจะ ไม่มีอณาคต 2.โดนเพื่อนบ้าน ดูถูก 3.พ่อแม่ เสียใจ

ซึ่งหากเราแยก ความคิด ที่ทำให้เรา มีอารมณ์ เข้าไป เพิ่ม ความคิด ปกติ ทำให้เกิด ความเครียด ออกมา ก็จะได้ว่า

1.เรากลัวว่า จะไม่มีอณาคต

ถ้าเราเอา เหตุผล เข้าไปจับ จะพบว่า คนที่ สอบ เข้าไม่ได้ หลายๆคน ก็มีหน้าที่ การงานที่ดี เพราะ การทำงาน มันเป็น ทักษะ ชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่มีสอน ในมหาวิทยาลัย

2.กลัว เพื่อนบ้าน ดูถูก

ถ้าเราเอาเหตุผล มาจับ จะพบว่า เพื่อนบ้าน ก็ไม่เคย มาดูแล เลี้ยงดูเรา และ เพื่อนบ้าน ก็ มักจะ พูดจา ดูถูกทุกคนอยู่แล้ว เพราะมันเป็น นิสัยของเค้า ไม่ว่าเราจะ สอบได้ หรือไม่ คนก็จะนินทา อยู่ดี

3.กลัวว่า ทำให้ พ่อแม่ เสียใจ

ถ้าเราเอา เหตุผล มาจับ จะพบว่า พ่อแม่ คาดหวังให้เราเป็นคนดี และ มีการงานทำ เลี้ยงดูตัวเองได้ ไม่ได้คาดหวังว่า เราจะต้อง สอบเข้าได้

ซึ่งหาก เรานำ เหตุผล ไปจับ กับ อารมณ์ ที่ทำให้เรา กลัว ไปล่วงหน้า จะพบว่า สิ่งที่เครียด กลัว กังวล มัน ไม่มีสาเหตุ ที่แท้จริง แต่มันเกิดจาก การกระโดด ไปมา ของ จิตใต้สำนึก ทีทำงาน แบบ แพะชนแกะ ไปเอง

โรคเครียด


ความเครียด ทั่วไป

ไม่ถือว่าเป็นโรค เป็นโรคเครียด ที่พบเจอได้ปกติ ในสังคม เช่น เป็นเรื่องความเครียด จากการปรับตัว การทำงาน หรือ ชีวิตประจำวัน ถ้าสามารถ จัดการได้เอง เช่น ไปทำบุญ ไปพูดคุยกับเพื่อน หรือ ได้ระบายออก ก็หาย

ความเครียด ที่ถือว่าเป็นโรค

ความเครียด ที่เราไม่สามารถ หาทางจัดการกับมันได้ และ มันมีผลกระทบ ต่อชีวิต ประจำวันของเรา เช่น ทำให้เรา ทำงานไม่ได้ ทำงาน แล้ว ไม่มีคุณภาพ

โรคเครียด แบ่งได้เป็น

1.โรคเครียด ทั่วๆไป

เป็นโรคเครียด ที่เกิดจาก ชีวิตประจำวัน เกิดจาก อาชีพการงาน การเปลี่ยนแปลงในชีวิต หรือ อื่นๆใด ก็ตาม

ที่เราไม่สามารถ หาทางระบาย ปลดปล่อยมันได้

ไม่เป็นต่อเนื่องกัน นานเกิน 3 เดือน

2.โรคเครียด เฉียบพลัน ( PTSD )

เกิดจาก การเจอเหตุการณ์ เลวร้าย น่ากลัว จะ เป็นภาพติดตา และ ทำซ้ำความคิด อยู่ในสมอง ทำให้ แม้แต่ ตอนหลับฝัน ก็จะยังนำไปปรากฏ อยู่ในความฝัน จะฝันร้าย เสมือนอยู่ในเหตุการณ์ นั้นตลอดเวลา

เป็นต่อเนื่อง กันเกิน  3 เดือนขึ้นไป

ลักษณะ ของ โรคเครียด จะคล้าย อาการของ โรคซึมเศร้า คือ จะนอนไม่หลับ เบื่อๆเซ็งๆ ห่อเหียว อะไรชอบทำ ก็ไม่อยากทำ ที่แตกต่างจาก ซึมเศร้า คือ อารมณ์ เหล่านี้ ไม่ได้มีทุกวัน ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์

โรค ซึมเศร้า ลักษณะทั่วไป

ลักษณะทั่วไป ของโรคซึมเศร้า จะคล้าย กับอาการของ ภาวะเครียด ที่จะ นอนไม่หลับ และ หดหู่ ไม่มีความสุข และ บางทีก็คิดฆ่าตัวตาย เหมือนกัน

แต่ ซึมเศร้า จะแยกจาก โรคเครียด ตรงที่ ซึมเศร้า จะมี มีภาวะ เบื่อหน่าย เซ็ง และ หดหู่ ทุกวัน ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ แบบที่ ไม่มีวันไหนเลย ที่รู้สึกดี

ลักษณะ
เราแบ่ง ลักษณะ ผิดปกติ ของ ซึมเศร้า เป็น 3 อย่างคือ

1.ความผิดปกติ ทางความคิด คือ
- ความคิด ลบกับตัวเอง
- คิดอยากฆ่าตัวตาย
- คิดช้า จดจำเรียนรู้ ได้ช้า

2.ความผิดปกติ ทางอารมณ์
- มีอารมณ์ เศร้า ปน ขมขื่น
- มีอารมณ์ เบื่อ แม้ ของที่เคยชอบ ก็จะเบื่อ
- มีอารมณ์ หงุดหงุด ก้าวร้าว

3.ความผิดปกติ ในพฤติกรรม
- นอนมากไป หรือ นอนน้อยไป
- กินมากไป หรือ กินน้อยเกินไป
- พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ทำให้เสียการ เสียงาน

ลักษณะ คร่าวๆ เหล่านี้ เป็นเพียงรายละเอียด คร่าวๆที่จะ บ่งบอก ได้ว่า คนๆนั้นมีความเสี่ยง จะเป็น ซึมเศร้า หรือไม่ แต่ทั้งต้อง ดูในรายละเอียด ต่างๆเพิ่มไปอีก

ลักษณะ ทั่วไป ของอารมณ์ สองขั้ว

อารมณ์ 2 ขั้ว คือ อารมณ์ ที่แปรปรวน ไปเป็น ชนิดใด ชนิดหนึ่ง แต่จะอยู่ใน ระยะนั้น พอสมควร

อารมณ์ ที่ผิดแผก แตกต่าง ไปจากอารมณ์ พื้นฐาน

ไบโพล่า อารมณ์ 2 คือ
1.Mania คึกคัก ครื้นเครงมาก
2.Depression ซึมเศร้า

ลักษณะของโรคนี้ คือ อารมณ์ จะหลุดไปจาก อารมณ์ พื้นฐาน ของเจ้าตัว ไป 2 อาทิตย์ ขึ้นไป จึงจะถือว่าเป็นโรค

Mania ลักษณะ

ครื้นเครงมากๆ จะ ก้าวร้าว หงุดหงิด เพราะว่า เมื่อ แสดงอารมณ์ สุข จะพูดมาก พูดเก่ง ไม่อยู่นิ่ง มี พลังมาก อยากทำนู้นนี้ นั่น ตลอดเวลา มีพลังทางเพศ สูง ไม่ค่อยหลับนอน และไม่คิดว่า การนอนจำเป็น รวมทั้งไม่คิดว่าตัวเองป่วยด้วย

Depression ลักษณะ

จะหดหู่ ท้อแท้ เห็นอะไร ก็เป็นปัญหาไปหมด เบื่อหน่าย พวกซึมเศร้าจะมี 2 กลุ่มคือ
1.กลุ่มที่ หงุดหงิด บ่นได้ทั้งวัน
2.กลุ่มที่ เฉยเมย ไม่พูดไม่จา เหม่อลอย ทั้งวัน

ทั้ง mania และ Depression จะมีลักษณะ ที่ร่วมกัน คือ จะไม่หลับไม่นอน แต่ไม่หลับไม่นอน ด้วยเหตุผล ที่ต่างกัน Mania จะไม่หลับ ไม่นอน เพราะ คิดว่า มันไม่จำเป็นต้องนอน ส่วน Depression จะไม่หลับไม่นอน แล้วเป็น ทุกข์

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561

เราจะรู้ทัน ความคิด ของเราได้อย่างไร

วิธี รู้ทันความคิด และ อารมณ์

  ***เราต้อง รู้จัก เรียบเรียง ความคิด***

แล้วแกะความคิด ออกมา เป็นส่วนๆ เป็น
( ความคิดที่ 1 ) + ( ความคิดที่ 2 ) + ( ความคิดที่ 3 ) 

แล้วนำความคิด แต่ละส่วน มาจำแนก แล้ว ให้เหตุผล เข้าไปพิจารณา ในแต่ละความคิด ของเราว่า เป็นจริงอย่างไร

ยกตัวอย่าง
เราสอบ เอ็นทรานส์ ไม่ผ่าน เรามีความทุกข์ รู้สึกว่า เราอาจจะไม่มีอณาคต ไม่มีการงานที่ดี ทำให้พ่อแม่เสียใจ

หากเราแกะ ความคิด ออกมา เราจะได้ว่า

(ความคิดที่ 1)
เราสอบเอ็นทรานส์ ไม่ติด

(ความคิดที่ 2)
เรากลัวว่า จะไม่มีอณาคต ไม่มีการงานที่ดี

(ความคิดที่ 3)
เรากลัวว่า พ่อแม่ ของเรา จะเสียใจ

หากเราจำแนก ความจริง จาก สิ่งที่ปรากฏ ในความคิด ต่างๆ เราจะได้คำตอบว่า

(ความคิดที่ 1) เราสอบเอ็นทรานส์ ไม่ได้ 

หากเรานำมาพิจารณา
จะพบว่า มีมหาวิทยาลัย ดีๆ อีกมาก และ ในปัจจุบันนี้ หลายๆ มหาวิทยาลัย ก็ยังขนาดแคลนนักศึกษา เราสามารถ ไปสมัครเรียนได้

หลายๆคนที่ประสพ ความสำเร็จ ในชีวิต ก็ ไม่ได้สอบเอ็นทรานส์ติด

(ความคิดที่ 2) เราอาจจะไม่มีอณาคต ไม่มีงานทำที่ดี

หากเรานำมาพิจารณา
จะพบว่า อณาคต ไม่ได้เกี่ยวกับการสอบเอ็นทรานส์ได้ อณาคต จะดีหรือไม่ ขึ้นกับการ ปฏิบัติตน ในทางที่ดี

การทำงาน เค้าอาจจะดูที่ สถานศึกษาบ้าง แต่หากว่า เรามีความตั้งใจ ในการทำงาน ผลของการทำงาน ก็จะพิสูจน์ ตัวเราเอง

(ความคิดที่ 3) อาจจะทำให้พ่อแม่เสียใจ

หากเรานำมาพิจารณา
จะพบว่า พ่อแม่ ไม่ได้คาดหวัง ให้ เราเป็นคนดี ไม่ได้คาดหวัง ว่า เราจะต้อง สอบเอ็นทรานส์ได้ เพียงแค่ เราเป็นคนดี ของสังคม พ่อ แม่ ก็จะภูมิใจใน ตัวของเรา

ซึ่ง ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่าง ของการ จำแนก ความคิด ออกมา เป็น ข้อๆ เนื่องจาก การทำงาน ของจิต ของเรา มักจะทำงาน แบบ กระโดด จากเรื่องนึง ไปยัง อีกเรื่องนึง อย่าง ไม่มีเหตุผล

เราจึงต้องรู้ทัน ว่า การกระโดด ทางความคิด จากสิ่งหนึ่ง ไปยัง สิ่งหนึ่งนั้น ทำให้ เกิดช่องโหว่ ทางความคิด ที่จะนำมา ซึ่ง ความเครียด ของเราได้

หากเรา ฝึกการทบทวน ความคิด ของเรา อย่าง สม่ำเสมอ เราจะรู้ว่า สิ่งที่ทำให้เราเครียด ส่วนใหญ่ คือ ตัวเราเอง สิ่งแวดล้อม มีผล แค่ เสี้ยวเดียว เท่านั้น

จิตใต้สำนึก มีช่องโหว่ ?

จิตใต้สำนึก ของเรา นั้น ทำงานอย่าง อัตโนมัติ ส่วนใหญ่ ไม่รู้ตัว ไม่มีเหตุผล

ซึ่ง หลายๆครั้ง เราคิดไปเอง ว่าเราตัดสินใจ ในสิ่งต่างๆ อย่างมีเหตุ มีผล และตัดสินใจ ไปบน พื้นฐาน ของความยั่งยืน

แต่นั่นเป็น ความคิดที่ผิด มนุษย์ มักจะมีช่องโหว่ ทางความคิดเสมอ

การตัดสินใจ ของ มนุษย์ มักมาจาก อารมณ์ ความรู้สึกส่วนตัว แล้ว เอา เหตุผล มาแปะไว้ทีหลัง

ช่องโหว่ ของจิตใจ มนุษย์ ที่เรา พบได้บ่อยๆ คือ

1.มนุษย์ มักจะ ไม่อยากเห็น ความผิด ความชั่ว ของตัวเอง

(ทำให้เราเกิด กลไก การป้องกันตัว ไม่ให้เห็นความผิด ความชั่ว ของตัวเอง โดยการ โกหก หรือ ปิดบัง ความชั่วของตนเอง)

2.มนุษย์ จะตัดสินใจ จากความพอใจ ของตนเอง จากอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง เสมอ แล้ว หาเหตุผล มาประกอบ การใช้ อารมณ์ ของตนเอง

3.มนุษย์ จะเชื่อ ในข้อมูล ที่สอดคล้อง กับความเชื่อ ของตนเอง และ ไม่เชื่อ ในข้อมูล ที่ขัดกับ ความรู้สึก หรือ ความเชื่อ ของตน
(ทำให้ การตัดสินใจ และ การมอง เหตุผลต่างๆของเรา ผิดพลาด เนื่องจาก ไม่ได้มอง ข้อมูล อย่างรอบด้าน)

4.มนุษย์ จะมองความสามารถ ของตน เกินกว่าความเป็นจริง
(ทำให้ เราทำสิ่งต่างๆผิดพลาด เช่น เรา ทำธุรกิจ เรารู้ว่า ธุรกิจ อาจจะ เจ๊งได้ แต่ เราจะคิดว่า คงไม่ใช่เรา)

ซึ่ง ช่องโหว่ ทางความคิด ของเรา ทำให้การตัดสินใจ ของเรา มีปัญหา และ นำมา ซึ่งความเครียด ความผิดพลาด ในชีวิตของเรา

ออกกำลังกาย รักษาโรคซึมเศร้าได้

การออกกำลังกาย สามารถช่วย ผู้ป่วยซึมเศร้า ได้อย่างไร

มีหลักฐาน ว่า สารสื่อประสาต ลดน้อยลง มีผลทำให้ อารมณ์ แรงจูงใจ ในการทำกิจกรรม ต่างๆ ของผู้ป่วย น้อยลงไป

ซึ่ง การออกกำลังกาย นั้น ทำให้เราได้รับ สารเคมี แห่งความสุข เช่น เซโรโตนีล / เอนโดฟีล / BDNF / Endocannabinoid มากขึ้น

ผมจะพูดถึง สารที่หลายๆคน ไม่รู้จัก และน่าสนใจ คือ

BDNF ( Brain - derived - neurotrophic factor)

เป็นโปรตีน ที่เป็นอาหารของ เซลล์ประสาต มีฤทธิ์ ในการ กระตุ้นเซลล์ประสาต ในสมอง ให้เกิดการแตกแขนง กิ่งก้านสาขา มีการเชื่อมโยงต่อกัน

ในคนที่ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ ก็จะมีพบว่า มี BDNF มากขึ้น

BDNF ช่วยให้ ความทรงจำ ในระยะยาว ดีขึ้น และ สุขภาพ โดยรวมของสมอง ก็ดีขึ้น

การศึกษาในคน ที่สมองเสื่อม พบว่า มี BDNF ที่ต่ำกว่าคนปกติ จึงเชื่อว่า  BDNF เป็นสารสำคัญ ป้องกัน ภาวะ สมอง เสื่อม (Neurodegenerative disease)

Endocannabinoid

เป็นสารเคมี ที่มีความสำคัญ ที่เกิดขึ้นในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม บางชนิด ซึ่งมี สารเคมี ที่สำคัญ 2 ตัว คือ

- Anandamide มีหน้าที่ ควบคุม อุณหภูมิในร่างกาย และ ลดความเจ็บปวด

- 2-AG มีหน้าที่ ช่วยในการควบคุมการเต้นของหัวใจ และ ปรับลดความดันเลือด ในร่างกาย

หากเราออกกำลังกาย บ่อยๆ เป็นประจำ ไม่หนักมาก เกินไป ก็จะทำให้ได้ Serotonin / Endorphine ที่เป็นสารเคมี แห่งความสุข จากธรรมชาติ ซึ่งจะต่างจากการได้รับ จากยาที่เราทานอยู่แล้ว เรายังจะได้ Endocannabinoid / BDNF เพิ่มด้วย

ีมีบางคน ที่ผม เคยได้ยินมา จาก เพจๆนึง เกี่ยวกับ การวิ่งมาราธอน ว่า เป็นโรคซึมเศร้า แต่ หันไปวิ่ง มาราธอน แล้วก็ทำให้ เลิกใช้ยา รักษาโรคซึมเศร้าไปได้ 

ถึงแม้ งานวิจัยปัจจุบัน ยังไม่ได้มีถึงขนาดว่า จะรักษาโรคนี้ได้ แต่ หลายๆงานวิจัย เกี่ยวกับ ออกกำลังกาย ก็มี แนวโน้ม ที่ดี ในการช่วยให้ อาการของโรคทางอารมณ์ ดีขึ้น

จิตใต้สำนึก ทำงานอย่างไร?

จิตใต้สำนึก นั้น ทำงาน แบบ จับแพะชนแกะ และ ทำงาน อย่างไม่มีเหตุผล และ จะกระโดด จากสิ่งหนึ่ง ไปยังอีกสิ่งหนึ่ง

เช่น เราเห็นภาพ ของ ชายหญิง เดินมาด้วยกัน
ความคิดแรก ที่ จิตใต้สำนึกคิด คือ ชายหญิง เป็นคู่รักกัน

ความคิดที่สอง ที่จิตใต้สำนึกคิด คือ มันจะกระโดด ไปยัง ความทรงจำ ของตัวเราเอง เกี่ยวกับ ความรักของเรา

ความคิดที่สาม ที่จิตใต้สำนึกคิด คือ มันจะกระโดด ไปยัง เหตุการณ์ ที่เลวร้าย ที่ทำให้ ชีวิตความรัก ของเรา ล่มสลาย

ซึ่ง การจับแพะ ชนแกะ เช่นนี้ เป็นการทำงาน ที่บกพร่อง ที่ทำให้ ชีวิตของเรา ผิดพลาดอยู่เสมอ

เพราะ สมองของเรา นั้น มีช่องว่าง อยู่มากมาย ที่ทำให้ การตัดสินใจ ของเรา ผิดพลาด เพราะ ความไร้เหตุผล และ การจับแพะชนแกะ อย่างหลวมๆ ของเหตุการณ์ ต่างๆเช่นนี้

โรคทางจิตเวช เกิดจาก ความเครียด ?

หลายคน เข้าใจว่า โรคทางจิตเวช นั้นเกิดจาก ความเครียด

ซึ่งความจริงแล้ว โรคจิตเวช ที่เป็น โรคเรื้อรัง เช่น ไบโพล่า / จิตเภท

เป็นโรคที่ เกิดจาก ปัจจัยทาง ชีวะภาพ ไม่ได้เกิดจาก ความเครียด เพียงแต่ ความเครียด เป็น ตัวกระตุ้น ให้เกิด โรค

ยกตัวอย่าง โรคจิตเภท มักจะแสดงอาการ เมื่อ เข้าสู่ การเรียน มหาลัย ทำให้ หลายๆคน คิดว่า เป็นเพราะ เครียดจากการเรียน

แต่ในความจริงแล้ว โรคจิตเภท นั้น มักจะ แสดงอาการ ออกมา เมื่อเข้าสู่ วัยรุ่น แต่ในตอนเด็ก จะไม่แสดงอาการ

จึงทำให้ หลายคน คิดว่า เพราะเครียด จากการเรียน การสอบ แต่จริงๆแล้ว มันเป็น ช่วงเวลา ที่โรค มักจะแสดงอาการ ในช่วงอายุ ประมาณนี้

โรคจิตเวช เป็น โรคพันธุ์กรรม ใช่ไม๋

โรค จิตเวช ส่วนใหญ่ เราก็จะแบ่ง เป็นที่เกิดจาก พันธุ์กรรม กับ พวกที่เกิดจาก บุลิกภาพที่ผิดปกติ

แต่หลายคน เข้าใจ คำว่า เป็นโรคทางพันธุ์กรรม ว่า เกิดจาก พ่อแม่ ถ่ายทอดมาให้ลูก ซึ่ง ไม่ใช่

คำว่า พ่อแม่ เป็นโรค ทางจิตเวช แล้ว ลูก มีโอกาส เป็น มากกว่า คนทั่วไป นั้น ไม่ได้ แปลว่า โรคทางจิตเวช ถ่ายทอด ทางพันธุ์กรรม จาก มาให้ลูก แบบนั้น

แต่มันหมายถึง

ในช่วงที่ คุณแม่ตั้งครรภ์ ยีนต์ บางตัว ของแม่ ทำงานผิดปกติ แล้ว ทำให้ การผลิต โปรตีน บางชนิด ผิดปกติไป ทำให้ เด็กที่เกิดมา มี ความผิดปกติ ทางจิตเวช ไปด้วย

ไม่ใช่ว่า ถ่ายทอดจาก กรรมพันธุ์ แบบ พ่อแม่ ถ่ายทอด ลักษณะ ของโรค มาให้ลูก

เพราะถ้าเป็นโรค ทาง พันธุ์กรรม ที่ พ่อแม่ ถ่ายทอดมาให้ลูก ก็หมายความว่า โรคนี้ รักษาไม่ได้  ซึ่ง โรคพวกนี้ รักษาได้ แต่ ไม่หายขาด แต่จะอยู่ในภาวะ ป้องกันการเป็นซ้ำ 

พื้นที่ความรู้สึกตัว คือ ?

เราสามารถ แบ่ง สมอง ของเรา เป็น 3 ส่วน คือ

1.จิตสำนึก
2.ก่อนจิตใต้สำนึก
3.จิตใต้สำนึก

จิตสำนึก นั้น เป็นความรู้สึกตัวของเรา

ก่อนจิตใต้สำนึก นั้น เป็นสภาวะ ที่รู้ตัว และ ไม่รู้ตัวบางส่วน

จิตใต้สำนึก จะเป็นส่วน ที่รู้ตัว บางส่วน และไม่รู้ตัว บางส่วน แต่ส่วนใหญ่ ไม่รู้ตัว

ซึ่ง ถ้าเราจะพูดง่ายๆ คือ จิตเรา แบ่งเป็น รู้ตัว กับ ไม่รู้ตัว

ซึ่งการที่ สมอง ส่วนที่ทำงาน โดยไม่รู้ตัว นั้น เป็นการทำงาน อัตโนมัติ เพื่อให้ มีพื้นที่ พลังงาน เหลือ ไปใช้ในการ ป้องกันตัว และ คิดในสิ่งใหม่ๆ

การที่เรา มีสมอง ที่ทำงาน ในส่วน ที่ไม่รู้ตัวมากๆ เราจะ กลายเป็นโรค ทางอารมณ์ คือ ไม่สามารถ ควบคุม การทำงาน อัตโนมัติ บางอย่าง เช่น ฮอโมนส์ ระบบประสาต ที่เกิดขึ้นได้ เพราะ สิ่งเหล่านี้ ทำงานอัตโนมัติ

การฝึก เพิ่มพื้นที่ ความรู้ตัว เป็นทางหนึ่ง ที่จะทำให้ เราสามารถ รักษาโรคทางอารมณ์ เช่น ไบโพล่า และ ซึมเศร้า รวมทั้ง โรคความกลัว ต่างๆได้ ร่วมกับการใช้ยา ให้ หายขาดอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561

เซโรโตนีล

เซโรโตนีล
เป็นสารสื่อประสาต ที่ทำให้ เราอยู่ใน อารมณ์ สงบ / มีสมาธิ / ไม่กังวล / ไม่ซึมเศร้า จนเกินไป

เซโรโตนีล เป็นสารสื่อประสาต ที่ทำให้ อารมณ์ ของเรา ไม่ขึ้นๆลงๆ

พบว่า คนที่มี เซโโตนีล น้อย ก็จะเสี่ยง เป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย

ในประเทศที่เป็นเมืองหนาว มี แสงแดดน้อย ก็จะพบว่า มี ประชากร เป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย 

เนื่องจาก เซโรโตนีล จะตอบสนอง กับแสงแดด 

หาก ได้รับ แสงแดด อ่อนๆ ก็จะสามรารถ กระตุ้น เซโรโตนีล ได้

แนะนำให้ รับ แดดอ่อนๆ ตอนเช้า เพราะ มีปริมาณ รังสี ยูวี ที่ไม่มากเกินไป ในช่วง ไม่เกิน 9 โมงเช้า

การออกกำลังกาย กับ การรักษาโรคทางอารมณ์

การออกกำลังกาย นั้น มีศึกษา กันในระดับหนึ่ง ว่า อาจจะมีผลในการรักษา อาการ ของโรค ทางอารมณ์ได้ เช่น โรคซึมเศร้า , ไบโพล่า

ซึ่ง นอกจาก เป็นที่รู้กัน ว่า เมื่อออกกำลังกายแล้ว ทำให้สมอง หลั่งสาร แห่งความสุข เช่น เซโรโตนีล / เอนโดฟีล แล้ว สมองยังหลั่ง สาร อีก 2 ตัวที่มีความสำคัญ คือ 


1.BDNF ซึ่งเป็นเหมือน อาหารของ สมอง ที่ ทำให้ สมองแตกแขนง ออกไป ทำให้การเชื่อมต่อ ของระบบประสาต ดีขึ้น ความจำ ดีขึั้น ช่วยป้องกัน โรคสมองเสื่อมได้

มีการทดลอง ในหนูทดลองว่า โดยนำ หนู ไปออกกำลังกาย พบว่า มีสาร BDNF สูงขึ้น แต่เมื่อให้หนู หยุดการออกกำลังกายปรากฏว่า สาร BDNF น้อยลง แต่พอให้ หนู กลับมา ออกกำลังกาย อีกครั้ง ก็ทำให้ สาร BDNF กลับมา

ซึ่งหนู ที่มี สาร BDNF จะสามารถ แก้ปัญหา ได้ดีกว่า หนูที่ไม่มี สาร BDNF

2.Endocannabinoid เป็นสาร ที่ช่วยปรับ สมดุลย์ ร่างกาย ให้เป็นปกติ 

endocannabinoid มีสารสำคัญ 2 ตัวคือ  anandamide ที่ทำหน้าที่ควบคุม อุณหภูมิ ของร่างกาย และ ลดความเจ็บปวด และ 2-AG ทำหน้าที่ ช่วยการควบคุม การเต้นของหัวใจ และ ปรับความดันเลือดใน ร่างกาย

ดังนั้น การออกกำลังกาย จึง มีส่วนช่วย ในการรักษา โรคทางอารมณ์ได้ ถึงแม้งานวิจัย ที่ทำกันนั้น ยังไม่ได้มีถึงขนาด รับรองได้ แต่ผลการวิจัย ในหลายๆการทดลอง ปรากฏ ผลไปในทางที่ดีขึ้น คือ ผู้ป่วย สามารถ ปรับอารมณ์ได้ดีขึ้น ลดการใช้ยาลง

นี้จึงเป็นแนวทาง ในการรักษา ของโรคทางอารมณ์ อีกแนวทางหนึ่ง ควบคู่ไปกับการใช้ยา และ การทำจิตบำบัด



วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561

บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorder)

หมายถึง นิสัยใจคอ ที่ก่อให้เกิดผลลบ เรียกว่า เป็น นิสัยถาวร ที่ทำให้ คนอื่นเดือดร้อน รำคาญ โดยมากเจ้าตัว จะไม่รู้ ว่าเกิดปัญหากับคนอื่น

แบ่งได้เกือบ 10 ประเภท แต่แบ่งเป็น หมวด 3 หมวด
1.กลุ่มที่เก็บตัว กลัวคนอื่นเอาเปรียบ ไม่ไว้วางใจ
2.กลุ่มที่ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ชอบเป็นจุดให้ คนสนใจ บุคลิคภาพแบบ อันธพาล ก็อยู่ในกลุ่มนี้
3.กลุ่มที่ วิตกกังวลง่าย ไม่กล้าเข้าสังคม ไม่กล้า ตัดสินใจ

ที่พบบ่อยๆ คือ กลุ่มที่ 2 คือหลงตัวเอง คิดว่าเก่งกว่าคนอื่น เวลามีคนให้อะไร คิดว่า จะได้เป็นคนแรก เอาเปรียบ คนอื่นๆ

บุคลิกภาพผิดปกติ มีตั้งแต่ น้อยๆ ไปจน ถึง เป็นโรค

ตัวอย่าง

คนที่มีบุคลิกภาพ แบบไม่น่าไว้วางใจ

เจ้าตัวจะไม่คิดว่า เป็นเพราะตัวเอง หวาดระแวงเกินไป

แต่เค้าจะมองว่า เป็น เพราะคนอื่นไม่น่า ไว้วางใจ จะมองว่า ปัญหาอยู่ที่คนอื่น ไม่ใช่ตัวเค้า

บุคลิกภาพผิดปกติ มาจาก

1.พื้นอารมณ์ เช่นพวกที่ร้องไห้ งอแง พอเจอ พ่อแม่ เจ้าอารมณ์ ก็อาจจะทำให้ ลูกเป็น บุคลิกภาพ แบบที่ 2

2.การเลี้ยงดู

บุคลิกภาพ ผิดปกติ ที่เป็น หลังจาก เกิดอุบัติเหตุ เช่น ต้องผ่าสมอง หรือ เอาเลือดที่คั่งออกจากสมอง ทำให้ จะเจอ ฉุนเฉียวง่าย คุมอารมณ์ ตัวเองไม่ได้ ทำลายข้าวของ เพื่นที่ไม่เคยเจอ กันนานๆจะจำไม่ได้เลย

*บุคลิกภาพผิดปกติ ที่สังเกตุง่ายๆ

คือ เขาจะใช้วิธีการ เดิมๆ ไม่ยืดหยุ่น จะใช้วิธีเดิมๆ กับทุกๆคน เช่น คนที่มีบุคลิกภาพ แบบ ขี้คุย จะ พูดจา ขี้คุย กับ ทุกๆคน ไม่เลือกว่า จะเป็นใคร

ส่วน บุคลิกภาพผิดปกติ แบบหวาดระแวง ก็จะระแวง ทุกคน แม้แต่เพื่อน 

บุคลิกภาพผิดปกติ จะ เป็น แบบนั้นไปกับ ทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์

บุคลิกภาพ = นิสัยใจคอ
ผิดปกติ = ควรได้รับการแก้ไข เนื่องจาก เจ้าตัว มีความทุกข์ / ก่อความเดือดร้อน กับ ผู้อื่น